ไรโบฟลาวิน หรือวิตามิน B 2
ไรโบฟลาวิน หรือวิตามิน B2เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงาน การเจริญเติบโต เม็ดเลือดแดง และผิวหนัง โดยควรเริ่มจากอาหารก่อน และพิจารณาอาหารเสริมตามบริบทสุขภาพและความปลอดภัย
ภาพรวม
บทบาทในร่างกาย
ไรโบฟลาวิน หรือวิตามิน B 2เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงาน การเจริญเติบโต เม็ดเลือดแดง และผิวหนัง
กลไกการทำงาน
ไรโบฟลาวิน หรือวิตามิน B 2มีบทบาทต่อสรีรวิทยาปกติผ่านหน้าที่เฉพาะของสารอาหาร เช่น เอนไซม์ โครงสร้างเซลล์ การส่งสัญญาณ การขนส่ง หรือการควบคุมระบบต่าง ๆ ตามแหล่งอ้างอิงโภชนาการที่เชื่อถือได้
รูปแบบสาร
วิตามินบีละลายในน้ำ สะสมได้น้อย และไวต่อแสงในอาหารบางชนิด
คำตอบด่วนก่อนเลือกใช้
รูปแบบสารและการดูดซึม
รูปแบบในอาหาร
ไรโบฟลาวิน หรือวิตามิน B 2จากอาหารมักมาพร้อมสารอาหารอื่นและเป็นแนวทางแรกที่ควรให้ความสำคัญ
รูปแบบอาหารเสริม
riboflavin และ riboflavin-5-phosphate
การเลือกใช้จริง
เลือกจากความจำเป็น ขนาดที่เหมาะสม ความทนต่อทางเดินอาหาร ยาที่ใช้อยู่ และโรคประจำตัว
เส้นทางการดูดซึมและการออกฤทธิ์
ควรกินคู่กับอะไร และควรเลี่ยงอะไร
Works Well With
Avoid / Use Caution
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการรับประทาน
คำถามที่พบบ่อย
ปัสสาวะสีเหลืองสดหลังกิน B2 อันตรายไหม
มักเกิดจาก riboflavin ส่วนเกินและไม่ใช่อาการอันตรายในคนทั่วไป แต่ควรใช้ตามขนาดที่เหมาะสม
ไรโบฟลาวิน หรือวิตามิน B 2กินกับกาแฟหรือนมได้ไหม
ขึ้นกับชนิดวิตามิน หากเป็นวิตามินละลายในไขมันควรกินพร้อมอาหาร ส่วนวิตามินละลายในน้ำมักยืดหยุ่นกว่า
ไรโบฟลาวิน หรือวิตามิน B 2ใครควรระวังเป็นพิเศษ
SP: ผู้กินอาหารจำกัด ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร และผู้ที่ไม่กินนมหรืออาหารสัตว์ควรประเมินภาพรวมของวิตามินบี
อาหารและปริมาณอ้างอิง
| ช่วงอายุ/กลุ่ม | ผู้ชาย | ผู้หญิง | ตั้งครรภ์ | ให้นมบุตร | ขีดจำกัดสูงสุด |
|---|---|---|---|---|---|
| 1-3 ปี | 0.5 | 0.5 | – | – | ไม่กำหนด |
| 4-8 ปี | 0.6 | 0.6 | – | – | ไม่กำหนด |
| 9-13 ปี | 0.9 | 0.9 | – | – | ไม่กำหนด |
| 14-18 ปี | 1.3 | 1.0 | 1.4 | 1.6 | ไม่กำหนด |
| 19+ ปี | 1.3 | 1.1 | 1.4 | 1.6 | ไม่กำหนด |
เปรียบเทียบค่าอ้างอิงระหว่างประเทศ
| ประเทศ/หน่วยงาน | ค่าอ้างอิงที่ใช้บ่อย |
|---|---|
| USA / NIH-FNB | RDA 1.3/1.1 mg ชาย/หญิง; ตั้งครรภ์ 1.4; ให้นม 1.6 |
| Europe / EFSA | PRI 1.6 mg ชาย และ 1.6 mg หญิงในผู้ใหญ่; ตั้งครรภ์ 1.9; ให้นม 2.0 |
| Australia-New Zealand / NRV | RDI 1.3/1.1 mg ชาย/หญิง |
| Thailand / Thai FDA | ไทย: ใช้ Thai RDI และประกาศ อย./กระทรวงสาธารณสุขสำหรับฉลากและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ควรตีความเป็นขนาดรักษาโรค; ค่ารายผลิตภัณฑ์ต้องตรวจจากประกาศล่าสุดและสูตรจริง |
ตารางนี้ใช้เพื่อเปรียบเทียบแนวคิดของค่าอ้างอิงระหว่างประเทศ ค่าแต่ละประเทศอาจใช้ชื่อและวิธีคำนวณต่างกัน เช่น RDA, AI, PRI หรือ NRV จึงไม่ควรนำมารวมเป็นค่าเดียว
เปรียบเทียบแหล่งอาหารวิตามินบี 2
| อาหาร | ปริมาณต่อหน่วยบริโภค | B2 | %DV | กราฟเทียบ %DV | จำนวนหน่วยบริโภคเพื่อถึง 1.3 mg |
|---|---|---|---|---|---|
| ตับวัว | 3 oz | 2.9 mg | 223% | 0.4 | |
| ซีเรียลเสริมวิตามิน | 1 หน่วยบริโภค | 1.3 mg | 100% | 1.0 | |
| โยเกิร์ตธรรมดา | 1 ถ้วย | 0.6 mg | 46% | 2 | |
| นม | 1 ถ้วย | 0.4 mg | 31% | 3 | |
| เห็ด | 1/2 ถ้วย | 0.3 mg | 23% | 4 | |
| ไข่ | 1 ฟอง | 0.2 mg | 15% | 7 |
B2 ไวต่อแสง จึงควรเก็บนมหรืออาหารที่มี riboflavin ให้พ้นแสงมากเกินไป
ความปลอดภัย
ภาวะขาด
LOW: อาจมีแผลมุมปาก ปากแตก ลิ้นอักเสบ เจ็บคอ ผิวหนังอักเสบ ตาไวต่อแสง หรืออ่อนเพลีย มักพบร่วมกับการขาดวิตามินบีอื่นมากกว่าขาดเดี่ยว
ได้รับมากเกินไป
UL: ยังไม่มี UL ที่กำหนดสำหรับ riboflavin ส่วนเกินมักทำให้ปัสสาวะสีเหลืองสด ไม่ใช่อาการอันตรายในคนทั่วไป
ข้อควรระวัง
ข้อควรระวัง: อาการแผลมุมปากหรือปากแตกมีหลายสาเหตุ เช่น เชื้อรา เหล็กต่ำ B12 ต่ำ หรือการระคายเคือง ไม่ควรสรุปว่าเกิดจาก B2 เสมอ
กลุ่มที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ
SP: ผู้กินอาหารจำกัด ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร และผู้ที่ไม่กินนมหรืออาหารสัตว์ควรประเมินภาพรวมของวิตามินบี
แผนที่ความเสี่ยงแบบอ่านเร็ว
LOW: อาการเริ่มต้น
LOW: อาจมีแผลมุมปาก ปากแตก ลิ้นอักเสบ เจ็บคอ ผิวหนังอักเสบ ตาไวต่อแสง หรืออ่อนเพลีย มักพบร่วมกับการขาดวิตามินบีอื่นมากกว่าขาดเดี่ยว
UL: ได้รับมากเกิน
UL: ยังไม่มี UL ที่กำหนดสำหรับ riboflavin ส่วนเกินมักทำให้ปัสสาวะสีเหลืองสด ไม่ใช่อาการอันตรายในคนทั่วไป
Precautions: ปฏิกิริยา/เวลา
ข้อควรระวัง: อาการแผลมุมปากหรือปากแตกมีหลายสาเหตุ เช่น เชื้อรา เหล็กต่ำ B12 ต่ำ หรือการระคายเคือง ไม่ควรสรุปว่าเกิดจาก B2 เสมอ
SP: กลุ่มพิเศษ
SP: ผู้กินอาหารจำกัด ผู้สูงอายุ ผู้ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร และผู้ที่ไม่กินนมหรืออาหารสัตว์ควรประเมินภาพรวมของวิตามินบี
ปฏิกิริยาและข้อพิจารณา
ปฏิกิริยากับยา
ปฏิกิริยากับยาขึ้นกับชนิดสารอาหาร ขนาดอาหารเสริม ยาที่ใช้ และโรคประจำตัว ผู้ใช้ยาประจำควรตรวจสอบข้อมูลปฏิกิริยาจากแหล่งทางคลินิกหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ปฏิกิริยากับอาหาร
การดูดซึมอาจแตกต่างตามองค์ประกอบอาหาร รูปแบบอาหารเสริม ขนาด และเวลาในการรับประทาน โดยควรเริ่มจากอาหารเป็นหลักเมื่อทำได้
บันทึกทางคลินิก
ควรแยกบทบาทจำเป็นของสารอาหารออกจากคำกล่าวอ้างเรื่องประโยชน์ของอาหารเสริม การใช้อาหารเสริมเหมาะเมื่อได้รับไม่เพียงพอ มีความต้องการเพิ่มขึ้น เสี่ยงขาด หรือมีข้อบ่งชี้ทางคลินิก
ระดับหลักฐาน
High for essential nutrient role; nutrient-specific supplementation benefits depend on baseline status and clinical context.
